คุณธนชัย ทัศนาวิวัฒน์

"อาจารย์เป็น inspiration ให้ผมอยากไปเรียนอเมริกาต่อหลังจากเรียนจบครับ อยากไปทำงานที่โน้นเลยตัดสินใจไม่เอาทุน กพ. ครับ"

🟡 คุณธนชัย ทัศนาวิวัฒน์ สอบ TOEFL iBT ได้คะแนน 101 iBT เทียบเท่า 610 PBT
🟡 ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon University
🟡 เรียน Grammar, Multi English Skills, Structure และ Writing
🟡 Reading iBT 27 คะแนน
🟡 Listening iBT 25 คะแนน
🟡 Writing iBT 23 คะแนน
🟡 Speaking iBT 27 คะแนน

” จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิศวกรรมศาสตร์ไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ “

” ต่ำกว่า 0 ครับ “

” Carnegie Mellon University ครับ “

” ถ้าเป็นด้าน Engineering Top 5 ครับ “

” คิดว่าหลายๆ องค์ประกอบ คือตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะไปเรียนต่อ เพราะจบเกรดเฉลี่ย ป.ตรี ค่อนข้างน้อยได้ 2.83 ครับ “

” มีหลายๆ ปัจจัยเป็นองค์ประกอบ อย่างแรก คือ ผมทำงานมานาน ที่แผนกอยู่ปูนซีเมนต์ไทย 6-7 ปี ครับ “

” ทุน กพ. ครับ “

” ไม่เอาครับ “

” จริงๆ อาจารย์เป็น inspiration ให้ผมอยากไปเรียนอเมริกาต่อหลังจากเรียนจบครับ อยากไปทำงานที่โน้นเลยตัดสินใจไม่เอาทุน กพ. ครับ “

” เขาให้เลือกอเมริกากับยุโรปครับ “

” เพราะกลับมา ถ้าเรียน 2 ปีอยู่ที่โน้นก็ต้องมาใช้ทุนคูณ 2 เท่า คือเป็น 4 ปีครับ “

” สอบ TOEFL ได้ 101 ครับ “

” Reading ได้ 27 ครับ “

” ตอนเริ่มต้นที่เข้ามาเรียนกับอาจารย์อ่านหนังสือภาษาอังกฤษตอนอยู่มหาวิทยาลัยก็จะเลี่ยงไม่อ่าน textbook นะครับจะอ่าน lecture ของอาจารย์หรือจะอ่านเป็นหนังสือแปลแทนซึ่ง ณ ขณะนั้นถึงปี 4 ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับภาษาอังกฤษเลย ตอนนั้นก็ search ใน web ถ้าหางานมันจำเป็นต้องสอบ TOEIC ตอนนั้นก็เลยถามรุ่นพี่ว่ามีสถาบันดีๆ ที่ไหนบ้างที่จะทำให้เก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น รุ่งพี่หลายคนแนะนำ Fast English ครับ “

” เทคนิค คือ จำศัพท์ไปเรื่อยๆ แล้วเอาไปแปล พยายามจำศัพท์ให้มากที่สุดและพยายาม Apply กับประโยคแล้วจะรู้เองว่าศัพท์ตัวไหนเป็น Negative หรือ Positive ใน content นั้นครับ “

” ผมทำ file ที่เป็น excel จะพยายามเอาทุกคำของอาจารย์มาเรียงไว้ใน file excel เสร็จแล้วก็ทำเป็นสูตร formula ได้จะเช็คว่าเราทำถูกหรือทำผิด “

” ไม่ได้ครับ “

” ผมทำไปเรื่อยๆ ครับ ผมเก็บในห้องไม่ได้อะไรเพราะช่วงแรกผมสมาธิไม่ดี พอกลับไปทำที่บ้านก็ทำไปเรื่อยๆ แต่อาจารย์ก็สอนอะไรหลายอย่างนะครับ อาจจะเป็นเพราะผมคนเดียวนะครับ ที่ผมเคยบอกว่าผมเป็นโมหะ ครับใจชอบลอยบ่อยๆ “

” ซื้อ 2 เล่มครับ “

” ช่วยครับ ในความหมายของผมตะกี้ คือ ได้บ้างในห้อง แต่พยายามเก็บๆ ไปเรื่อยๆ ครับ คือผมใช้เวลานานหน่อย “

” อย่างที่ 2 พยายามอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ทุกอาทิตย์อาจารย์จะมีหนังสือเอามาโชว์ว่าอาจารย์อ่านหนังสือเรื่องอะไรนะ อาจารย์ได้ความรู้อะไรจากเรื่องนั้นบ้าง ผมก็พยายามจะไปตามหนังสือเล่มนั้นมา “

” อย่างที่ 3 มีเทคนิคอย่างหนึ่งในหนังสือของ Princeton Review ถ้าอ่านใน context จะมี topic sentence ในต้นประโยคของทุกประโยค ซึ่งอ่านประโยคนั้นแล้วจะนึกภาพตาม ใช้วิธีของอาจารย์นึกภาพตาม นึกภาพนั้นว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอะไร พอเรานึกภาพตามทัน เราไปอ่านโจทย์แล้วกลับมาทวนอีกทีในตรงนั้นเนี่ยจะถามถึงเรื่องอะไร แต่ของอาจารย์สำคัญมากครับ ถ้าไม่มีภาพก็ไม่ได้เลย “

” ตัวนี้รวมมากับศัพท์ด้วยครับ ผมจำศัพท์ ฝึกการอ่าน ฝึกการฟังไปด้วย อาจารย์แนะนำให้ฟังตัว podcast ของ Brian Williams หรือ Scott Pelley “

” ตอนส่ง writing อาจารย์ครั้งสุดท้ายก่อนไปสอบได้ 2 คะแนนครับ “

” ก็ท้อครับ อุตสาห์เขียนมาตั้งนานแต่ก็พยายามเขียนไปเรื่อยๆ ครับ “

” comment อาจารย์เยอะมากครับ แรงครับ ช่วยได้เยอะมากครับ “

” มีส่วนครับ คือ อาจารย์เน้นประโยคตรงไหนที่ผิดและมันไม่ใช่ native speakers คือ ผมก็จะพยายามเอา comments อาจารย์มาแก้ไขปรับปรุงตรงส่วนที่ค่อนข้างจะเป็นไทยๆ หน่อยครับ “

” ผมมีเวลาค่อนข้างเยอะ คือผมมาเรียนเสาร์ อาทิตย์ แล้วนั่งรถกลับไปที่ระยอง ช่วงนั้นตอนนั่งรถตู้ฟัง podcast ไปด้วย ฟังเสร็จอาจารย์สอนในคลาส speaking บอกว่าให้พูดตามตัว podcast ที่ได้ยินออกมา พยายาม express ตัวเองไปเรื่อยๆ ครับ “

” ใช่ครับ คือพูดมาแล้วสามารถใช้ตัว collocation หรือตัว pronunciation ได้ตาม podcast เลยครับ “

” อย่างที่ 3 น่าจะเป็นเพราะคะแนน GRE ได้เลข 168 เต็ม 170 ครับ “

” ไม่มีสัมภาษณ์ครับ เวลาเขียนก็พยายาม market ตัวเอง ในด้านที่เราค่อนข้างที่แข็งแกร่ง โดยของผมใช้ประสบการณ์การทำงานครับ ที่ทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายต่างๆ และ community services และ CSR ด้วยครับ “

” สอนเด็กพูดภาษาอังกฤษ และสำคัญมากที่อาจารย์สอนเรื่องความเมตตา การใช้กับคนที่ยากไร้กับคนที่ต่อสู้ดิ้นรน “

” สวดครับสวดเยอะมากเลยครับ ตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้วสวดติดต่อมาเรื่อยๆ เลยครับ “

” คนหลายคนอาจมองเป็นไสยศาสตร์ แต่ผมมองเป็นการฝึกตัวเองให้มีความอดทนให้มีสติกับสิ่งที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบันครับ “

” เปลี่ยนจิตใจตัวเองเลยครับ แต่ก่อนผมใจลอยบ่อยครับ ไม่ค่อยมีสติอยู่กับปัจจุบัน พอมาเรียนกับอาจารย์ อาจารย์แนะนำให้ลองสวดคาถาชินบัญชร วันละ 9 จบดูนะเป็นอย่างไง ผมก็ลองไปท่องดูซึ่ง ตั้งแต่ตอนนั้นมาผมก็รู้สึกว่าผมก็อยู่กับปัจจุบันได้นานขึ้นกว่าเดิมครับ “

” มีสุภาษิตว่า กระท้อนหวานเมื่อช้ำ คนฉลาดเมื่อทุกข์ คือผมมาเรียนกับอาจารย์แต่ก่อนถ้าผมไม่ได้มาเรียน ผมก็จะไม่มีทางฝึกตัวเอง ไม่มีอาจารย์นั่งจ้ำจี้จ้ำไชว่า ต้องไปท่องตรงนี้นะ อาจารย์ชอบสร้างแรงบันดาลใจครับ ถึงจะทุกข์ ณ ตอนนั้น แต่เมื่อกลับมาแล้วเนี่ย… ทุกข์ในความหมายคือ ตอบผิดอาจโดนมีดบิน (flying dagger) ครับ “

” คือครั้งแรกผมไปสอบเพื่อลองดูข้อสอบครับ พอสอบเสร็จก็รู้สึกตกใจกับข้อสอบเหมือนที่อาจารย์บอก หลังจากนั้นก็ขยันเพิ่มขึ้นเริ่มท่องศัพท์ เริ่มฟังให้มากขึ้น พอดีผมเป็นโมหะจริต และได้ทำเหมือนที่อาจารย์บอกทุกอย่าง เช่น ทำสมาธิ หัดฟังทุกอย่างที่เข้ามาในหู ตอนที่ได้ 72 คะแนน ก็ปรับตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ครับ “

” สำคัญมากครับ ตอนฟังหรือตอนอ่าน ถ้าไม่มีสมาธิ จิตใจมันจะลอยไปเรื่อยๆครับ “

” มีทุกคำครับ ผมจำศัพท์ทุกคำ อาจจะจำได้ไม่หมดแต่อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มทักษะในการอ่านมาก รู้สึกขอบคุณอาจารย์มากที่ช่วยทำให้อ่านรู้เรื่องและทำข้อสอบได้ ตอนสอบผมเป็นคนอ่านช้า พยายามปรับปรุงตัวเอง ผมเอาแนวทางอื่นมาช่วย โดยผมอ่านไปจะสร้างภาพในหัว แต่ละ Paragraph ก็จะอ่านประโยคแรกและประโยคสองไปเรื่อยๆ และมันจะมีภาพเองครับ “

” ผม build skill พร้อมกับ Vocab ผมใช้เวลา 2 ปีกว่าๆ มาเรียนทุกเสาร์ อาจารย์จะมีวิธีกระตุ้นทุกอาทิตย์ ผมมาจากระยอง ซึ่งถ้ามาเรียนบ่อยๆ มันจะเกิด skills ของมันเองครับ “

” ใช้ได้ครับ ผมเคยส่งการบ้านแล้วได้ 2.5 รู้สึกท้อ แต่ก็เขียนไปเรื่อยๆ ครับ “

” ใน Writing ผมจะเน้น Intergrate เพราะจะมี Pattern ของมันเอง ใน Reading กับ Listening ของ Intergrate จะเป็นประเด็นที่ขัดแย้งกัน จะมี 3 ประเด็น จะพยายามเรียงประเด็น 1 2 3 แล้วจะรู้ว่าตอนฟังสิ่งที่ฟังอะไรออกมา แล้วจะรู้ว่าตรงที่แย้งอะไรจะแย้งตรงไหนครับ “

” ทำตามอาจารย์ครับ พูดหน้ากระจกและพูดกับตัวเอง ผมสวดคาถาชินบัญชร วันละ 9 จบ ทำให้จิตใจนิ่งขึ้น เราฟังกับรู้สึก ปากกับหูของเราเองครับ “

” ได้มากครับ ซึ่งอาจารย์เคยบอกผมว่าผมเป็นคนโมหะ และควรปรับปรุงทางด้านไหน และอาจารย์ก็ได้แนะนำให้ไปสวดมนต์ อาจารย์สอนให้หาอะไรมาแปะที่ข้างหัวของฝา เป็นสุภาษิตที่ให้กำลังใจ ซึ่งสุภาษิตนี้อาจารย์เคยพูดให้ฟัง ซึ่งผมคิดว่าผมใช้ได้สำหรับผม คือ ก้าวแตะก้าวต่อไปไกลที่สุด มิพึงพลั้งรั้งหยุด ณ จุดไหน แม้นขวากหนามขวางกั้นจะหวั่นใย แสงเรืองไรแห่งฝันสิรังรอง อาจารย์เปรียบเสมือนแสงสว่างที่คอยนำทางชีวิตให้ผมครับ “

Scroll to Top