คุณเอกชัย ปัญญาธรากร

"ที่ผมอ่านภาษาอังกฤษออก ทำคะแนน TOEFL ได้สูงก็เพราะ Grammar และ Vocabulary ของอาจารย์ล้วนๆ ครับ"

🟡 คุณเอกชัย ปัญญาธรากร สอบ TOEFL iBT ได้คะแนน 101 iBT เทียบเท่า 610 PBT
🟡 ได้รับทุน 5,000 บาท คนที่ 18 จากทางสถาบัน Fast English
🟡 Reading iBT 28 คะแนน
🟡 Listening iBT 24 คะแนน
🟡 Writing iBT 26 คะแนน
🟡 Speaking iBT 23 คะแนน

อาจารย์ขอแสดงความดีใจกับคุณเอกชัย ปัญญาธรากร ที่ทำคะแนน TOEFL สูงถึง 101 คะแนน ความสามารถดังกล่าวจะช่วยให้คุณเอกชัยมีโอกาสได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยระดับ Top 10 หรือ Ivy League Schools หรือทำงานกับบริษัทข้ามชาติได้อย่างสบายๆ ด้วยความมั่นใจ

ต้องขอชื่นชมในความมานะบากบั่นและพากเพียร โดยเฉพาะพลัง Positive Thinking ซึ่งช่วยให้คะแนน TOEFL ของคุณเอกชัยทะยานจาก 73 คะแนนในการสอบครั้งแรก จนถึง 101 คะแนน (เพิ่มขึ้นเกือบ 30 คะแนน) ความสำเร็จนี้จะช่วยให้คุณเอกชัยมีความเชื่อมั่นในตนเองและตอกย้ำความเชื่อของพลัง Positive Thinking ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้ ย่อมเปรียบดั่งแสงสว่างที่ทอแสงชี้นำให้เดินทางบนแผนที่ชีวิตนี้ ไปสู่โลกแห่งความสุขและความมั่งคั่งเท่าที่จิตปรารถนา

ขอแสดงความยินดีอีกครั้งครับ และขอบคุณสำหรับของขวัญปีใหม่ชิ้นนี้มาก โชคดี

ดร. บุญชัย โกศลธนากุล

” ชื่อเอกชัย ปัญญาธรากรครับ ชื่อเล่น เอกครับ ตอนนี้เป็น Area Manager อยู่ที่บริษัท ปตท. จำกัดมหาชนครับ “

” ตอนนั้นได้ 73 คะแนนครับ “

” ได้ 101 คะแนนครับ “

” 28 คะแนนครับ “

” จะอ่านให้รู้เรื่องต้องมี Grammar และ Vocabulary ครับ ต้องดูว่าเรามี Grammar หรือเปล่า คำศัพท์แน่นไหม ที่เรียนมาทั้งหมดมันจะมีพวกศัพท์บางคำที่เป็นศัพท์เฉพาะทางบ้าง แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการเข้าใจเลยครับ เพราะว่าศัพท์ 5,000 คำที่อาจารย์ให้มามันเพียงพอในการอ่านแล้วครับ เทคนิคในการจำของผมคือ เขียนใส่ post-it แล้วแปะตามผนังห้องครับ แล้วก็ไปจัดกลุ่มเป็นเรื่องราวที่เราเข้าใจได้ เช่น คนเก่งต้องมีลักษณะอย่างไร คือต้องเป็นคนขยัน เป็นคนอดทน เป็นต้น และคำที่มีความหมายตรงข้ามกัน หรือคำที่คล้ายๆ กัน หรือออกเสียงคล้ายๆ กัน แต่ความหมายต่างกันครับ ส่วน Grammar มันช่วยให้เราอ่าน Reading ได้เข้าใจ เช่น ประธานตัวนี้ ทำกริยาอะไร หรือประโยคนี้มีโครงสร้างอะไร แปลว่าอะไรครับ “

” มีคำศัพท์ทุกคำครับ มี Grammar ทุกกฎครับ ที่ผมอ่านภาษาอังกฤษออก ทำคะแนน TOEFL ได้สูงก็เพราะ Grammar และ Vocabulary ของอาจารย์ล้วนๆ ครับ “

” ถ้าเรามีหลัก เราก็สามารถเอาหลักนี้ไปประยุกต์ได้ ผมเห็นอาจารย์สรุปกฎ 1 กฎ ภายในกระดานเดียวได้ ผมก็เลยไปสรุปกฎแต่ละกฎ ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ทำให้เราเห็นภาพว่าภาษาอังกฤษทั้งหมดมันคืออะไร เมื่อเราจำหลักได้ เวลาเราไปเจอ ไปอ่าน หรือไปฟัง เราก็สามารถเอาหลักเหล่านี้ไปประยุกต์ได้ครับ “

” ได้ 26 คะแนนครับ “

” ที่ผมเขียนได้เพราะการเรียนในห้องเรียนครับ อาจารย์จะถามและให้ตอบ เพราะอาจารย์จะรู้ว่านักเรียนพลาดตรงจุดไหน และอาจารย์จะถามเพื่อที่จะอุดช่องว่างตรงนั้นของนักเรียน และเราก็สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกันทั้งห้องได้เลยครับ จุดไหนที่เราเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว เราก็เอามาประยุกต์ใช้ได้ครับ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการเรียน ในการเข้าใจภาษาอังกฤษครับ เพราะการถาม-ตอบ มันคือการถามความเข้าใจของเราในกฎ Grammar นั้นๆ และการนำไปใช้จริงๆ เพราะบางทีเราเข้าใจแต่เราเอาไปเขียน หรือไปพูดอาจจะยังผิดอยู่ หรือศัพท์บางคำอาจจะผิด context ดังนั้นการถาม-ตอบในห้องเรียนจึงเป็นส่วนช่วยอย่างมากที่ทำให้เราเข้าใจถึงความลุ่มลึกของภาษาอังกฤษครับ “

” ได้ 24 คะแนนครับ “

” ต้องมี Grammar และ Vocabulary ก่อนครับ แล้วฝึกฟังเรื่อยๆ ใช้หูในการฟังดีๆ ต้องมีสมาธิในการฟังและต้องมีภาพด้วย เวลาเราฟังก็พยายามสร้างมโนภาพตามเนื้อเรื่องที่เราฟังว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ถ้าบางเรื่องไม่มีภาพ ก็ต้องอาศัยความเข้าใจเป็นหลัก และเวลาเราทำข้อสอบเราก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราเข้าใจและมีภาพแล้วครับ “

” ได้ 23 คะแนนครับ “

” เริ่มจากการดูหนัง ฟังข่าวที่อาจารย์แนะนำครับ ตอนแรกๆ ก็ฟังไม่ทัน ก็ค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ พูดตามเขา แรกๆ พูดไม่ค่อยทัน พอหลังๆ เริ่มพูดทันและเริ่มฟังเสียงตัวเองว่าเสียงที่เราออกมันเหมือน หรือต่างกับเขาครับ “

Scroll to Top