คุณริญญรัตน์ ธีรเมธารัฐศิริ

"อาจารย์ไม่ได้สอนแค่เรื่องของภาษาอังกฤษ แต่สอนเรื่องการคิด การใช้ชีวิตให้เป็นคนดี เพราะการที่เราเก่งภาษาอังกฤษอย่างเดียวไม่พอ เราควรทำประโยชน์ต่อคนอื่น เพื่อที่ว่าเราจะได้มีชีวิตอย่างมีคุณค่า"

🟡 คุณริญญรัตน์ ธีรเมธารัฐศิริ ได้รับทุนจาก Johns Hopkins University ไปเรียนต่อ MBA และสอบ IELTS ได้คะแนนสูงถึง 7.5 คะแนน

” ชื่อ ริญญรัตน์ ธีรเมธารัฐศิริ ชื่อเล่น สุค่ะ จบปริญญาตรีคณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกรดเฉลี่ย 3.7 ค่ะ และเพิ่งได้รับทุนไปเรียนต่อสาขา MBA ที่มหาวิทยาลัย Johns Hopkins ค่ะ ”

” อย่างแรกคือเรื่องของภาษาอังกฤษค่ะ เราต้องมีพื้นฐาน Grammar และเรื่องของ Ideas ค่ะ “

” ได้ 7.5 คะแนนค่ะ “

” ต้องเตรียมตัว ต้องเดาว่าเขาอยากรู้อะไรค่ะ ขนาดสัมภาษณ์ภาษาไทยยังยากเลย เราก็ต้องเตรียมทำการบ้านมาก่อนอยู่แล้วค่ะ เพราะบางอย่างไม่ใช่แค่เนื้อหาดี แต่มันต้องกระชับด้วยภายใต้เวลาที่เขากำหนดค่ะ “

” หลักๆ เลยถามว่าทำไมถึงต้องเป็น MBA ที่นี่ ทำไมถึงคิดว่าเราเหมาะกับที่นี่ และทำไมเขาต้องเลือกเรา เพราะหนูไม่ได้มีความรู้แค่ MBA หรือ Business แต่มีความรู้ด้าน Science ผสมมาด้วย เพราะตอนเรียนมัธยมก็เรียนสายวิทย์ ในขณะที่ทำงานอยู่ตอนนี้ถึงแม้ว่าจะเป็น Marketing แต่ว่าลูกค้าของเราก็เป็นเกี่ยวกับด้าน hair care ซึ่งเราก็ต้องศึกษา ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์นิดหนึ่งค่ะ และ MBA โปรแกรมของเขามีเพื่อที่จะให้เราไปต่อยอดงานวิจัยของคณะแพทย์และทีมวิจัยของ Johns Hopkins โดยตรงค่ะ และเขาก็ถามว่าเรามีการวางแผนไหมว่าหลังจากที่จบจาก MBA มาแล้วเราอยากจะทำอะไร ซึ่งหนูอยากกลับมาทำเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน Agriculture ของประเทศไทย อย่างเช่นของดอยคำค่ะ “

” ไม่เชิงตื่นเต้นค่ะ เพราะว่าตอนนั้นเตรียมท่องมาแล้ว รู้ว่าต้องพูดอะไร อยู่ที่สติมากกว่าว่าจะเอาคำตอบไหนขึ้นมาตอบให้เหมาะกับคำถามของเขาค่ะ “

” ไม่สำคัญว่าจะได้ทุน หรือไม่ได้ทุนค่ะ เพราะภาษาอังกฤษมันเป็นพื้นฐานสำคัญในการสื่อสาร การได้ทุนหรือไม่นั้นอยู่ที่ ideas หรือ concept ก็จริง แต่ถ้าบางคน idea ดี แต่ไม่สามารถ expressed ออกมาได้ก็ไม่มีประโยชน์ หนูมองว่าภาษาอังกฤษมันเป็น media ในการสื่อสาร ถ้าเราอยากจะสื่อสารอะไรออกไปก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษค่ะ “

” หนูเริ่มเรียนกับอาจารย์ตอนประมาณปี 1 ซึ่งภาษาอังกฤษในช่วงมัธยมบอกเลยว่าแย่มาก แต่ความรู้ของอาจารย์เป็นสิ่งที่กลั่นมาแล้ว สอนเป็นระบบ มีที่มาที่ไป และมีแต่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ค่ะ “

” อาจารย์ไม่ได้สอนแค่เรื่องของภาษาอังกฤษ แต่สอนเรื่องการคิด การใช้ชีวิตให้เป็นคนดี เพราะการที่เราเก่งภาษาอังกฤษอย่างเดียวไม่พอ เราควรทำประโยชน์ต่อคนอื่น เพื่อที่ว่าเราจะได้มีชีวิตอย่างมีคุณค่า สิ่งที่อาจารย์สอนมันก็ทำให้เราโตขึ้นมาในระดับผู้จัดการได้ คุมลูกน้องได้ค่ะ “

” ต้องท่องค่ะ ไม่ใช่ว่าครั้งเดียวแล้วจะได้ค่ะ ภาษาอังกฤษมันคือการใช้ในชีวิตประจำวัน เราทำอย่างไรก็ได้ให้มันอยู่ในชีวิตประจำวันของเราค่ะ “

” สวดค่ะ เพราะตอนเรียนมัธยมที่เบญจมราชาลัย โรงเรียนจะอยู่ข้างวัดสุทัศน์ บางวันทางโรงเรียนจะให้ไปสวดมนต์แทนการเคารพธงชาติค่ะ ซึ่งหนูก็ไม่รู้ตัวว่าการสวดมนต์มันช่วย จนตอนที่เราเรียนจบและหยุดสวดมนต์ไป เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร พอได้มาเรียนกับอาจารย์ อาจารย์ก็เริ่มพูด หนูก็เริ่มสังเกตตัวเองว่า ในช่วงที่เราไม่ได้สวดมนต์ สมาธิหลายๆ อย่างมันหายไป ทำให้อ่านหนังสือได้น้อยลงค่ะ “

Scroll to Top